
| Table of Content |
| Stats |
| Skills |
| Skill Ascension |
| Related Items |
| Gallery |
| Sounds |
| Quotes |
| Stories |
Stats
| Lv | HP | Atk | Def | CritRate% | CritDMG% | Bonus Atk% | Materials | Total Materials |
| 1 | 811 | 18.52 | 48.64 | 5.0% | 50.0% | 0% | ||
| 20 | 2085 | 47.58 | 124.96 | 5.0% | 50.0% | 0% | ||
| 20+ | 2691 | 61.41 | 161.3 | 5.0% | 50.0% | 0% | ||
| 40 | 4031 | 91.99 | 241.6 | 5.0% | 50.0% | 0% | ||
| 40+ | 4461 | 101.82 | 267.42 | 5.0% | 50.0% | 6.0% | ||
| 50 | 5132 | 117.12 | 307.6 | 5.0% | 50.0% | 6.0% | ||
| 50+ | 5706 | 130.23 | 342.02 | 5.0% | 50.0% | 12.0% | ||
| 60 | 6376 | 145.53 | 382.2 | 5.0% | 50.0% | 12.0% | ||
| 60+ | 6807 | 155.36 | 408.02 | 5.0% | 50.0% | 12.0% | ||
| 70 | 7477 | 170.64 | 448.15 | 5.0% | 50.0% | 12.0% | ||
| 70+ | 7907 | 180.47 | 473.97 | 5.0% | 50.0% | 18.0% | ||
| 80 | 8578 | 195.76 | 514.15 | 5.0% | 50.0% | 18.0% | ||
| 80+ | 9008 | 205.6 | 539.97 | 5.0% | 50.0% | 24.0% | ||
| 90 | 9679 | 220.89 | 580.14 | 5.0% | 50.0% | 24.0% | ||
| 90+ | 9679 | 220.89 | 580.14 | 5.0% | 50.0% | 24.0% | ||
| 100 | 10348 | 277.25 | 620.27 | 5.0% | 50.0% | 24.0% |
Skills
Active Skils
![]() | Badaboom! Hexbuster Hammer | ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
กวัดแกว่ง "ค้อนสัตยาล่าภัย" เพื่อทำการโจมตีต่อเนื่องมากสุด 3 ครั้ง สร้าง ใช้พลังกายบางส่วน เหวี่ยงค้อนขึ้น เพื่อสร้าง รวบรวมพลังของธาตุลม กระโจนจากกลางอากาศลงมายังพื้นดิน เพื่อโจมตีศัตรูที่อยู่ในเส้นทางการโจมตี โดยจะสร้าง | |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
![]() | Ring-A-Ding-Ding! Hexhunter Chime | ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| จงปลดปล่อยพลังแห่งลม ด้วยความมุ่งมั่นที่จะปราบแม่มด "ชั่วร้าย" และช่วยเหลือ Descartes ให้ได้! Prune ใช้ "ค้อนสัตยาล่าภัย" เคาะ "กระพรวนล่อแม่มด" สร้าง หากการโจมตีในครั้งนี้ของ Prune ทำให้เกิดปฏิกิริยากระจายแก่ศัตรู ภายใน 6 วินาทีต่อจากนี้ นำธาตุประเภทที่เข้าร่วมปฏิกิริยากระจายก่อนหน้านี้มาพันไว้รอบค้อน และทำให้ | |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
![]() | The Bell Tolls! The Hunt Is On! | ||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| Prune สั่น "กระพรวนล่อแม่มด" เบา ๆ สร้าง ในโหมดนี้ "กระพรวนล่อแม่มด" จะติดตามตัวละครที่เข้าร่วมการต่อสู้ในขณะนั้น และโจมตีศัตรูโดยรอบเป็นระยะ สร้าง | |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
| |||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||||
Passive Skills
![]() | Tinker-Tink, Clank, and Bang! |
| เมื่อสร้างวัสดุพรสวรรค์ของตัวละคร มีโอกาส 10% ที่จะสุ่มได้วัสดุพรสวรรค์ชนิดอื่นในพื้นที่เดียวกันอีก 1 ชิ้น โดยจะมีระดับเท่ากันกับระดับของวัสดุที่ได้รับหลังสรรสร้าง |
![]() | Verdict and Punishment |
| ในท่าไม้ตาย |
![]() | Tolling Synchronicity |
| หลังจาก Prune ใช้ |
![]() | Witch's Eve Rite: Witchseeker's Vow |
| หลังจากสำเร็จ หลังจากตัวละครมนตราในทีม ที่อยู่ภายใต้ผลของเอฟเฟกต์ "Tolling Rally" ทำให้เกิดปฏิกิริยาธาตุใด ๆ แก่ศัตรู พลังโจมตีของ Prune จะเพิ่มขึ้น 60% เป็นเวลา 5 วินาที; หากปฏิกิริยาธาตุที่ตัวละครดังกล่าว ทำให้เกิดขึ้นเป็นปฏิกิริยากระจาย พลังโจมตีของตัวละครนั้นจะเพิ่มขึ้นอีก 30% เป็นเวลา 5 วินาที |
Constellations
![]() | With a Vow to Rescue, the Journey Begins |
| เมื่อการโจมตีของ |
![]() | Useful for Cleaning Messy Baggage, Elemental Powers Are Indeed |
| ในท่าไม้ตาย หากปล่อย The Bell Tolls! The Hunt Is On! อีกครั้งในช่วงที่เอฟเฟกต์คงอยู่ จะลบเอฟเฟกต์ข้างต้นที่มีอยู่ออก |
![]() | The Caravan Exits the Mountain Pass, the Scenery Once More Changed |
| เพิ่มเลเวลสกิลของท่าไม้ตาย เพิ่มได้สูงสุดถึงระดับ 15 |
![]() | Looking Back Following the Wind, One's Shadow Still Halved |
| เมื่อ |
![]() | 100 Defeats? No Problem, Tomorrow, We Go Again |
| เพิ่มเลเวลสกิลของสกิลธาตุ เพิ่มได้สูงสุดถึงระดับ 15 |
![]() | And That's the Story! Share It With Your Friends! |
| ระยะเวลาต่อเนื่องของโหมด "ตามล่า" ของ "กระพรวนล่อแม่มด" จากท่าไม้ตาย นอกจากนี้ เมื่อตัวละครในทีมที่อยู่ภายใต้เอฟเฟกต์ "Tolling Rally" ทำให้เกิดปฏิกิริยาธาตุใด ๆ แก่ศัตรู จะทำให้พลังโจมตีของ Prune และตัวละครอื่นที่เข้าร่วมการต่อสู้ในขณะนั้นที่อยู่ใกล้เคียง และมีเอฟเฟกต์ "Tolling Rally" เพิ่มขึ้น 350 หน่วย เป็นเวลา 5 วินาที |
Skill Ascension
Gallery
Sounds
Quotes
Audio Language:
| Title | VoiceOver |
| พบกันครั้งแรก... | |
| แชท - ประกาศสงคราม | |
| แชท - ตื่นรู้ | |
| แชท - เกร็ดความรู้ | |
| ในเวลาที่ฝนตก... | |
| ในเวลาที่ฟ้าผ่า... | |
| ในเวลาที่หิมะตก... | |
| แดดส่องดีจัง... | |
| ในเวลาที่อยู่ในทะเลทราย... | |
| อรุณสวัสดิ์... | |
| สวัสดีตอนเที่ยง... | |
| สวัสดีตอนเย็น... | |
| ราตรีสวัสดิ์... | |
| เกี่ยวกับตัวของ Prune เอง - ตัวตน | |
| เกี่ยวกับตัวของ Prune เอง - การอ่านหนังสือ | * ปลดล็อกเมื่อความประทับใจถึง Lv. 4 |
| เกี่ยวกับเรา - จังหวะเวลา | |
| เกี่ยวกับเรา - จุดยืน | * ปลดล็อกเมื่อความประทับใจถึง Lv. 6 |
| เกี่ยวกับ "วิชั่น"... | * ปลดล็อกเมื่อความประทับใจถึง Lv. 4 |
| ต้องการจะแชร์อะไร... | |
| ข้อมูลที่น่าสนใจ... | |
| เกี่ยวกับ Alice - ยัยแม่มด | * ปลดล็อกเมื่อความประทับใจถึง Lv. 4 |
| เกี่ยวกับ Alice - สงครามจิตวิทยา | * ปลดล็อกเมื่อความประทับใจถึง Lv. 4 |
| เกี่ยวกับ Alice - ไม่มีวันยกโทษให้ | * ปลดล็อกเมื่อความประทับใจถึง Lv. 4 |
| เกี่ยวกับ Klee... | * ปลดล็อกเมื่อความประทับใจถึง Lv. 4 |
| เกี่ยวกับ Sayu... | * ปลดล็อกเมื่อความประทับใจถึง Lv. 4 |
| เกี่ยวกับ Yaoyao... | * ปลดล็อกเมื่อความประทับใจถึง Lv. 4 |
| เกี่ยวกับ Qiqi... | * ปลดล็อกเมื่อความประทับใจถึง Lv. 4 |
| เกี่ยวกับ Paimon... | * ปลดล็อกเมื่อความประทับใจถึง Lv. 4 |
| เกี่ยวกับ Albedo... | * ปลดล็อกเมื่อความประทับใจถึง Lv. 4 |
| เกี่ยวกับ Kaeya... | * ปลดล็อกเมื่อความประทับใจถึง Lv. 4 |
| เกี่ยวกับ Mona... | * ปลดล็อกเมื่อความประทับใจถึง Lv. 4 |
| เกี่ยวกับ Lisa... | * ปลดล็อกเมื่อความประทับใจถึง Lv. 4 |
| เกี่ยวกับ Fischl... | * ปลดล็อกเมื่อความประทับใจถึง Lv. 4 |
| เกี่ยวกับ Aino... | * ปลดล็อกเมื่อความประทับใจถึง Lv. 4 |
| เกี่ยวกับ Dori... | * ปลดล็อกเมื่อความประทับใจถึง Lv. 4 |
| อยากรู้เกี่ยวกับ Prune - 1 | |
| อยากรู้เกี่ยวกับ Prune - 2 | * ปลดล็อกเมื่อความประทับใจถึง Lv. 3 |
| อยากรู้เกี่ยวกับ Prune - 3 | * ปลดล็อกเมื่อความประทับใจถึง Lv. 4 |
| อยากรู้เกี่ยวกับ Prune - 4 | * ปลดล็อกเมื่อความประทับใจถึง Lv. 5 |
| อยากรู้เกี่ยวกับ Prune - 5 | * ปลดล็อกเมื่อความประทับใจถึง Lv. 6 |
| งานอดิเรกของ Prune... | |
| เรื่องกลุ้มใจของ Prune... | |
| อาหารที่ชอบ... | |
| อาหารที่เกลียด... | |
| ได้รับของขวัญ - 1 | |
| ได้รับของขวัญ - 2 | |
| ได้รับของขวัญ - 3 | |
| วันเกิด... | |
| ความรู้สึกที่ได้เลื่อนขั้น - บทนำ | * ปลดล็อกที่ระดับการเลื่อนขั้น 1 |
| ความรู้สึกที่ได้เลื่อนขั้น - ชี้แจง | * ปลดล็อกที่ระดับการเลื่อนขั้น 2 |
| ความรู้สึกที่ได้เลื่อนขั้น - มุมมองอื่น ๆ | * ปลดล็อกที่ระดับการเลื่อนขั้น 4 |
| ความรู้สึกที่ได้เลื่อนขั้น - บทสรุป | * ปลดล็อกที่ระดับการเลื่อนขั้น 6 |
| สกิลธาตุ - 1 | |
| สกิลธาตุ - 2 | |
| สกิลธาตุ - 3 | |
| สกิลธาตุ - 4 | |
| สกิลธาตุ - 5 | |
| สกิลธาตุ - 6 | |
| ท่าไม้ตาย - 1 | |
| ท่าไม้ตาย - 2 | |
| ท่าไม้ตาย - 3 | |
| เปิดหีบสมบัติ - 1 | |
| เปิดหีบสมบัติ - 2 | |
| เปิดหีบสมบัติ - 3 | |
| ค่าพลังชีวิตต่ำ - 1 | |
| ค่าพลังชีวิตต่ำ - 2 | |
| ค่าพลังชีวิตต่ำ - 3 | |
| ค่าพลังชีวิตของเพื่อนต่ำ - 1 | |
| ค่าพลังชีวิตของเพื่อนต่ำ - 2 | |
| หมดสติ - 1 | |
| หมดสติ - 2 | |
| หมดสติ - 3 | |
| รับการโจมตีปกติ - 1 | |
| รับการโจมตีปกติ - 2 | |
| โดนโจมตีอย่างหนัก - 1 | |
| โดนโจมตีอย่างหนัก - 2 | |
| เข้าร่วมทีม - 1 | |
| เข้าร่วมทีม - 2 | |
| เข้าร่วมทีม - 3 |
Stories
| Title | Text |
| ข้อมูลตัวละคร | ความบาดหมางอันแสนสาหัสระหว่าง Prune และแม่มดนั้นคืออะไรกันแน่ บนกระดานประกาศหลายแห่งทั่ว Mondstadt มี "สาส์นประกาศศึก" ที่ทิ้งเบาะแสเรื่องราวไว้เพียงหยิบมือเดียว เมื่อพูดถึงเรื่องราวของ "นักล่าแม่มด" ปฏิกิริยาของชาวเมือง Mondstadt ส่วนใหญ่มักแบ่งออกเป็นสามประเภท ประเภทแรกคือยิ้มให้อย่างเอ็นดู แล้วถามเธอว่ารับแอปเปิลไซเดอร์สักแก้วมั้ยจ๊ะ ประเภทที่สองคือพยักหน้าทำเป็นเข้าใจ แล้วถามว่าผู้ปกครองหนูไปไหนล่ะเนี่ย และประเภทที่สามคือสายปฏิบัติการซึ่งมี Kaeya เป็นตัวแทน นอกจากจะตั้งใจฟังแผนการล้างแค้นของเธอแล้ว ยังช่วยให้คำแนะนำอย่างเป็นขั้นเป็นตอนอีกด้วย โดยไม่สนว่าแผนนั้นจะทำได้จริงหรือเปล่า Prune ไม่ค่อยสบอารมณ์กับปฏิกิริยาทั้งสามแบบนี้สักเท่าไหร่ แต่ถึงจะไม่พอใจ เธอก็เริ่มจะชินกับมันแล้ว สำหรับเธอ การไม่ได้รับความเข้าใจคือชะตากรรมของนักล่า และสายตาที่มองมาเหมือนเธอเป็นเด็กเล่นขายของ ก็คือสิ่งที่เธอต้องเผชิญอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ในความเป็นจริง หากวัดกันแค่ความกว้างขวางของความรอบรู้ Prune ถือว่าก้าวหน้ากว่าเด็กวัยเดียวกัน หรือแม้แต่ผู้ใหญ่บางคนเสียอีก เธอพูดจาฉะฉานมีหลักการ ใช้ถ้อยคำได้อย่างรัดกุม และบางครั้งก็เผลอหลุดความรู้รอบตัวแปลก ๆ ที่ไม่มีใครคาดคิดออกมา พร้อมกับทำหน้าตาภูมิใจแบบเก็บอาการไม่อยู่... ซึ่งนั่นเป็นเพียงไม่กี่ช่วงเวลาที่เธอแสดงความเป็นเด็กออกมาโดยไม่ปิดบัง แต่หากคลุกคลีกันไปนาน ๆ ก็จะพบว่า แม้ขอบเขตความรู้ของเธอจะกว้างไกล แต่มันกลับไม่ได้ลึกซึ้งอะไรนัก ก็แน่ล่ะ เด็กตัวแค่นี้จะไปรู้เรื่องราวใหญ่โตที่สำคัญจริง ๆ ได้ยังไงกัน? ดังนั้นความรอบรู้ที่เธอแสนจะภาคภูมิใจ จึงมักถูกความเป็นจริงตลบหลังเอาในเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานอยู่เสมอ และเมื่อถึงตอนนั้น เธอจะเม้มริมฝีปากแน่นแล้วทิ้งท้ายไว้ว่า "ฉันจะกลับมาแน่" ก่อนจะล่าถอยไปโดยไม่หันกลับมามอง อย่างไรก็ตาม หากใครคิดว่าเธอเป็นแค่เด็กจอมอวดดีละก็ คงจะคิดผิดถนัด เพราะคำว่า "จะกลับมาแน่" ของเธอนั้น หมายความว่าเธอจะกลับมาอีกจริง ๆ ในวันรุ่งขึ้น เธอจะมาปรากฏตัวต่อหน้าคุณอีกครั้ง พร้อมด้วยหลักฐานที่หนักแน่นกว่าเดิม สมุดจดที่หนาขึ้นกว่าเก่า และใบหน้าที่แสดงออกถึงความไม่ยอมแพ้ที่ชัดเจนยิ่งกว่า ความดื้อรั้นไม่ยอมคนแบบนี้ เป็นพรสวรรค์ของนักล่า หรือว่าเป็นเพียงแค่ทิฐิแบบเด็ก ๆ กันแน่ แม้แต่ตัวเธอเองก็คงแยกไม่ออก แต่มีสิ่งหนึ่งที่มั่นใจได้ คือไม่ว่าจะต้องเหนื่อยยากอีกกี่ครั้ง บัญชีแค้นระหว่างเธอกับแม่มดชั่วร้ายคนนั้น จะต้องถูกชำระจนครบทุกกระเบียดนิ้ว |
| เรื่องราวของตัวละคร 1 | พ่อแม่ของ Prune เป็นชาว Mondstadt ในวัยหนุ่มสาว พวกเขาถูกคำโปรยสุดโรแมนติกอย่าง "ชีวิตคือทุ่งกว้างอันไร้ขีดจำกัด" ผลักดันให้แบกเป้ออกเดินทางรอบโลก จนสุดท้ายมาลงหลักปักฐานที่ Nod-Krai สถานที่ที่เต็มไปด้วยโอกาสและความวุ่นวาย ที่นี่เป็นแหล่งรวมผู้คนร้อยพ่อพันแม่ ทั้งพ่อค้า นักผจญภัย นักต้มตุ๋น และพวกลักลอบขนของเถื่อน ซึ่งดูยังไงก็ไม่ใช่สถานที่ที่เหมาะกับการเลี้ยงเด็กเลยสักนิด พ่อต้องหางานที่แสนเหน็ดเหนื่อยทำที่ท่าเรือ ส่วนแม่ก็ต้องรับจ้างทำงานสองแห่งพร้อมกัน ชีวิตความเป็นอยู่ของครอบครัวนั้นค่อนข้างขัดสน ความรักที่พวกเขามอบให้ Prune ได้ จึงมีเพียงการพยายามอย่างสุดความสามารถ เพื่อให้เธอได้กินอิ่ม และสวมใส่เสื้อผ้าที่อบอุ่น ส่วนเรื่องการใช้เวลาร่วมกันนั้น กลายเป็นของฟุ่มเฟือยพอ ๆ กับความจริงใจของคนเสเพลเลยทีเดียว มีอยู่ครั้งหนึ่ง นาน ๆ ทีแม่จะกลับมาถึงบ้านก่อนเวลาอาหารค่ำ Prune จึงวิ่งออกไปต้อนรับที่หน้าประตูด้วยความตื่นเต้น เธอจับชายเสื้อของแม่ไว้แน่น อยากจะเล่าให้ฟังใจจะขาดว่า ในเมืองมีพ่อค้ามาขายของเล่นกังหันลมจาก Mondstadt ซึ่งมันสวยงามมาก แต่เมื่อเธอได้สัมผัสสองมืออันหยาบกร้านของแม่ และนึกถึงสมุดบัญชีที่พ่อซ่อนไว้ในลิ้นชักซึ่งเต็มไปด้วยรายการหนี้สิน เธอก็ทำได้เพียงกลืนคำพูดเหล่านั้นลงคอไป "ไอ้ของที่เอาแต่หมุนติ้ว ๆ แบบนั้น ไม่เห็นจะมีประโยชน์ตรงไหนเลย" เธอบอกกับตัวเองในใจ "แถมฉันก็ไม่ได้ชอบมันด้วย ไม่ชอบเลยสักนิด" คำพูดทำนองนี้ เธอพร่ำบอกกับตัวเองมานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว เวลาเดินผ่านแผงขายลูกกวาด เธอจะพึมพำกับตัวเองเบา ๆ ว่า "ขนมหวานไม่ดีต่อฟัน ฉันเลิกกินของพวกนี้ไปตั้งนานแล้ว" เวลาเห็นเด็กข้างบ้านอุ้มของเล่นชิ้นใหม่มาอวด เธอก็จะเชิดหน้าขึ้นแล้วพูดว่า "ปัญญาอ่อนชะมัด" การโน้มน้าวใจตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่าวันแล้ววันเล่า ทำให้หนูน้อย Prune สร้างกำแพงที่ชื่อว่า "ความมีวุฒิภาวะ" ขึ้นมาล้อมรอบตัวเองโดยไม่รู้ตัว เธอเรียนรู้ที่จะอุ่นอาหารเอง เย็บปะซ่อมแซมเสื้อผ้าเอง หรือแม้กระทั่งช่วยตรวจสอบตัวเลขในสมุดบัญชี มีอยู่ครั้งหนึ่งเธอถึงกับจับได้ว่า นายจ้างคิดค่าแรงให้แม่ขาดไปสามวัน การที่สามารถช่วยเหลือเรื่องที่ "มีประโยชน์" เหล่านี้ได้ ทำให้เธอรู้สึกภาคภูมิใจในตัวเองสุด ๆ ทุกคืน เมื่อพ่อกับแม่ลากสังขารที่เหนื่อยล้ากลับมาถึงบ้าน Prune จะจัดการธุระส่วนตัวจนเรียบร้อยและล้มตัวลงนอนบนเตียง แกล้งทำเป็นหลับสนิทไปตั้งนานแล้ว เพราะเธอรู้ดีว่าถ้าปล่อยให้พวกเขาจับได้ว่าเธอยังตื่นอยู่ ยังคงหวาดกลัวความมืด และยังต้องการคนอยู่เคียงข้าง พวกเขาจะโทษตัวเอง จะเสียใจ และจะกลายเป็นการเติมความรู้สึกผิดลงไปบนภาระที่หนักอึ้งอยู่แล้วให้หนักขึ้นไปอีก "ฉันไม่ใช่เด็กแล้วนะ" ประโยคนี้จึงกลายเป็นทั้งคำพูดติดปาก และกลายเป็นเสื้อเกราะคุ้มภัยของเธอในเวลาเดียวกัน * ปลดล็อกเมื่อความประทับใจถึง Lv. 2 |
| เรื่องราวของตัวละคร 2 | โชคดีที่บนโลกนี้ยังมีงานอดิเรกที่ไม่ค่อยเปลืองเงินอยู่อีกไม่น้อย และการอ่านหนังสือก็เป็นหนึ่งในทางเลือกที่คุ้มค่าทีเดียว เจ้าของร้าน "ห้องหนังสือลึกลับ" ดูเหมือนจะมุ่งเป้าไปที่การเร่ขายตั๋วลงทุนให้กับลูกค้ากระเป๋าหนักเท่านั้น และไม่ได้ใส่ใจ Prune ที่มานั่งยอง ๆ เปิดหนังสืออ่านอย่างเงียบเชียบอยู่หน้าชั้นวางหนังสือทุกวัน ดังนั้น หน้ากระดาษทั้งที่ใหม่เอี่ยมและเก่าจนเหลืองกรอบ จึงกลายเป็นหน้าต่างบานแรกที่เปิดให้เธอได้ทำความรู้จักกับโลกใบนี้ ขอบเขตการอ่านของเธอไม่มีระบบระเบียบใด ๆ อาศัยแค่หน้าปกและชื่อหนังสือว่าดึงดูดใจหรือไม่เท่านั้น แรกเริ่มเดิมทีก็เป็นหนังสือนิทานภาพสีสันสดใส แต่ไม่นานเธอก็เริ่มไม่พอใจกับตอนจบแฮปปี้เอนดิ้งของเจ้าชายและเจ้าหญิง เธอเริ่มไล่อ่านทุกสิ่งทุกอย่างที่มีตัวอักษรและพอจะหาหยิบจับได้ ทว่าที่นี่ไม่เหมือนกับห้องสมุดใน Mondstadt และ Sumeru สิ่งที่อัดแน่นอยู่ใน Nod-Krai ส่วนใหญ่มักจะเป็น: หนังสือพิมพ์เก่าเก็บหรือเต็มไปด้วยข่าวปลอม คู่มือการเดินทางที่ชวนให้เข้าใจผิด นิยายเถื่อนที่ตีพิมพ์ผิดพลาดหรือแปลมาอย่างผิดเพี้ยน ไปจนถึงหนังสือประวัติศาสตร์เนื้อหาหนักหน่วงที่ไม่ค่อยเหมาะสำหรับเด็ก เมื่อปริมาณการอ่านเพิ่มสูงขึ้น Prune ก็ค่อย ๆ กลายเป็น "ยอดฝีมือด้านข่าวกรอง" ที่รอบรู้เรื่องราวแปลก ๆ เฉพาะทางมากมาย และเธอก็รู้สึกหลงระเริงไปกับความเหนือกว่าทางสติปัญญาเช่นนี้ ความรู้ที่ทั้งสะเปะสะปะและเกินวัยเหล่านั้น ได้ประกอบร่างสร้างกรอบการรับรู้ที่ซับซ้อน และออกจะหม่นหมองขึ้นมาในหัวของเธอก่อนเวลาอันควร ถามว่าเธออ่านรู้เรื่องมั้ย? ส่วนใหญ่ก็แค่เข้าใจงู ๆ ปลา ๆ หรือไม่ก็ไม่เข้าใจเลยด้วยซ้ำ แต่เธอก็สนุกกับการเก็บเกี่ยวคำศัพท์ยาก ๆ และแนวคิดแปลกใหม่ใส่สมอง ราวกับกำลังสะสมเปลือกหอยที่ส่องประกายแวววาว เด็ก ๆ ในละแวกบ้านเคยชวนเธอไปเล่นด้วยอยู่หลายครั้ง แต่เธอมักจะจมอยู่ในห้วงความคิดของตัวเองจนไม่ได้ยิน หรือไม่ก็พอเข้าไปร่วมวงแล้ว ก็มักจะเผลอใช้คำศัพท์ยาก ๆ ที่เรียนรู้มาไปวิเคราะห์กฎกติกาของเกมโดยสัญชาตญาณ "เดี๋ยวก่อน!" Prune ยกมือขึ้น "ฉันขอตรวจสอบตรรกะพื้นฐานของเกมนี้หน่อย" "'โจรสลัด' มีความได้เปรียบทางภูมิประเทศแถมยังมีเวลาให้ตั้งตัวเหลือเฟือ ไม่น่าจะถูกตีแตกได้เร็วขนาดนี้นะ นอกซะจากว่า 'แก๊งหอยสังข์' จะใช้ 'การลอบจู่โจม' ที่ไม่ได้ตกลงกฎกันไว้ให้ชัดเจน จนทำให้ระบบพลังรบเสียสมดุล!" เพื่อน ๆ ได้แต่มองหน้ากันเลิ่กลั่ก แล้วก็ค่อย ๆ เลิกชวนเธอมาเล่นด้วย ไม่ใช่ว่า Prune จะไม่รู้สึกถึงความห่างเหินนี้ แต่เธอก็ทำเพียงแค่แค่นเสียงฮึดฮัดในลำคอ และทำทีว่าไม่ใส่ใจ บนโลกนี้ยังมีปริศนาที่ล้ำลึก ทฤษฎีที่ซับซ้อน และปรากฏการณ์ที่รอให้ทำความเข้าใจอยู่อีกมากมาย สิ่งเหล่านั้นต่างหากที่คุ้มค่าแก่การทุ่มเทเวลาให้อย่างแท้จริง เธอและพวกเขา ได้เดินไปบนเส้นทางที่แตกต่างกันแล้ว * ปลดล็อกเมื่อความประทับใจถึง Lv. 3 |
| เรื่องราวของตัวละคร 3 | นั่นเป็นบ่ายวันหนึ่ง ที่เต็มไปด้วยความคิดอันว้าวุ่น แม้จะมีผู้ใหญ่เคยเตือนว่า "เด็ก ๆ ไม่ควรอ่านหนังสือพวกนี้" แต่ Prune ก็ยังอุตส่าห์อดทนอ่าน "เพลงสวดแห่งสุดเขตแดนเหนือ" เล่มแรกจนจบ พอปิดหนังสือลง เนื้อหาตอนต้นเธอก็ลืม ตอนท้ายเธอก็ลืม ส่วนตรงกลางก็จำได้เพียงเลือนราง แต่ถึงอย่างนั้น บทกวีอันซับซ้อนและเข้าใจยากเหล่านั้นก็ยังถือว่าหนักหนาสาหัสเกินไปสำหรับ Prune ในเวลานี้อยู่ดี ความเหนื่อยล้าจากการพยายามทำความเข้าใจ และความเหงาจากการที่ไม่มีใครให้คอยแบ่งปันเรื่องราวด้วย ค่อย ๆ เอ่อท้นขึ้นมาในใจราวกับกระแสน้ำ ดังนั้น เธอจึงเริ่มพูดยืดยาวเป็นตุเป็นตะอยู่ฝ่ายเดียวกับอากาศรอบตัวเหมือนอย่างเคย ในจินตนาการของเธอ มักจะมีผู้รับฟังอยู่เสมอ... อาจจะเป็นลูกสุนัขจรจัดที่ไม่อาจเก็บมาเลี้ยงได้ด้วยข้อจำกัดในชีวิตจริง หรืออาจจะเป็นนักปราชญ์ผู้เคร่งขรึมและพูดน้อยจากในหนังสือสักเล่ม เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองกำลังพูดอยู่กับ "ใคร" เพียงแต่เทความรู้สึกอยากแบ่งปันที่ไร้ที่ระบายลงไปในนั้นวันแล้ววันเล่า ทว่าในครั้งนี้ มวลอากาศกลับสั่นไหวแผ่วเบา แล้วเพื่อนในจินตนาการก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าอย่างชัดเจน "เธอเองสินะ... เธอก็คือ..." Prune ตื่นเต้นจนอยากจะตะโกนเรียกชื่อมันออกมา แต่ก็เพิ่งนึกขึ้นได้ว่า ในหัวของตัวเองเอาแต่เรียกมันว่า "เธอ" มาโดยตลอด สิ่งสำคัญเร่งด่วนในตอนนี้คือการตั้งชื่อ ก่อนอื่นต้องตัดชื่อสัตว์เลี้ยงทั่ว ๆ ไปอย่าง "ขนปุย", "บ๊อกแบ๊ก" หรือ "เปี๊ยก" ทิ้งไปก่อน เห็นได้ชัดว่ามันไม่ใช่ลูกสุนัขธรรมดา ๆ ที่ชอบออดอ้อน: คิ้วที่ขมวดเข้าหากันเล็กน้อย เผยให้เห็นความฉลาดเฉลียวที่ไม่เหมือนใคร ดวงตาลึกล้ำจนไม่อาจเดาใจได้ และที่น่าทึ่งที่สุดคือขนสีน้ำเงินปนม่วงของมัน ช่างดูลึกลับและสุขุมนุ่มลึก ตรงกับรสนิยมของ Prune ในตอนนี้พอดิบพอดี "Descartes" เธอเลือกชื่อที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของการคิดเชิงปรัชญา ซึ่งนอกจากจะช่วยยกระดับความดูดีของคู่หูแล้ว ยังเป็นการโชว์ภูมิความรู้ล้ำเลิศของตัวเองไปในตัวอีกด้วย การมาถึงของ Descartes ไม่เพียงแต่เติมเต็มชีวิตของ Prune ให้มีสีสันมากขึ้นเท่านั้น แต่ยังทำให้เธอดู... แปลกแยกไม่เหมือนใครยิ่งขึ้นไปอีก บ่ายวันหนึ่งหลังฝนตก Prune นั่งยอง ๆ อยู่ริมถนนเพื่อสังเกตเงาสะท้อนในแอ่งน้ำ "ดูสิ Descartes โลกในแอ่งน้ำนี้มันตรงข้ามกับโลกความเป็นจริงอย่างสิ้นเชิงเลยนะ งั้นคำถามก็คือ เราจะพิสูจน์ได้ยังไงว่าพวกเราไม่ได้กำลังใช้ชีวิตอยู่ใน 'แอ่งน้ำที่ใหญ่กว่า' อีกที?" ผู้คนที่เดินผ่านไปมาต่างชะลอฝีเท้าลง แล้วมองเด็กหญิงตัวน้อยที่กำลังพูดพึมพำกับแอ่งน้ำด้วยสายตาแปลก ๆ "บางทีนะ" Prune พูดต่อ "สิ่งที่เราคิดว่าเป็น 'ความจริง' อาจจะเป็นแค่ 'เงาสะท้อน' ของตัวตนในมิติที่สูงกว่าก็ได้ เธอว่าจริงมั้ย Descartes?" เธอหันไปมองอากาศข้าง ๆ แล้วพยักหน้าอย่างจริงจัง "อืม ฉันก็คิดงั้นเหมือนกัน เพราะงั้นโดยพื้นฐานแล้ว การรับรู้ทั้งหมดล้วนเป็นสิ่งสัมพัทธ์ ความจริงแท้ที่สมบูรณ์แบบไม่มีอยู่จริงหรอก" คุณยายใจดีคนหนึ่งเดินเข้ามาหา แล้วเอ่ยถามด้วยความห่วงใย: "แม่หนู หนู...ไม่เป็นไรใช่มั้ยจ๊ะ? ให้ยายช่วยตามหาคนในครอบครัวให้เอามั้ย?" Prune เงยหน้าขึ้น ก่อนจะเอ่ยถามด้วยแววตาจริงจัง: "คุณยายคะ คุณยายเชื่อว่าโลกใบนี้เป็นความจริงรึเปล่าคะ?" "..." "ช่างเถอะค่ะ มีตั้งหลายคนที่แก่ตัวไปโดยไม่เคยตั้งคำถามกับเรื่องนี้เลยด้วยซ้ำ" Prune ลุกขึ้นยืน "ไปกันเถอะ Descartes บางทีการมีชีวิตอยู่ในเงามายา ก็คงเป็นชีวิตประจำวันของผู้ใหญ่หลายคนนั่นแหละ" คุณยายมองตามเด็กหญิงผู้แปลกประหลาดที่กำลังเดินจากไป พลางอดไม่ได้ที่จะทำท่าอธิษฐานที่หน้าอก "ขอให้แสงจันทร์คุ้มครองหนูนะ เด็กน้อย..." อย่างไรก็ตาม ตรอกซอกซอยในเมือง Nasha นั้นคับแคบและคดเคี้ยว แสงจันทร์แห่งความเมตตา จึงไม่อาจสาดส่องไปถึงมุมมืดที่ซ่อนเร้นได้หมด ในรอยแยกของความเป็นจริงอันหนาวเหน็บนี้ สิ่งที่คอย "คุ้มครอง" และติดตาม Prune ไปราวกับเงาตามตัวอย่างแท้จริงนั้น มีเพียงแค่ Descartes... การอยู่เคียงข้างอย่างเงียบงันแต่มั่นคงยาวนานของมัน ได้เติมเต็มช่วงเวลาอันแสนโดดเดี่ยวทั้งหมดของเด็กหญิงตัวน้อยเอาไว้ * ปลดล็อกเมื่อความประทับใจถึง Lv. 4 |
| เรื่องราวของตัวละคร 4 | แม่มดผู้แสนเบื่อหน่ายกำลังมองหาอะไรทำฆ่าเวลา เธอจึงเล็งเป้าไปที่เด็กหญิงตัวน้อยริมถนนที่กำลังกอดหนังสือเล่มโตอ่านอย่างตั้งอกตั้งใจ "ทำไมไม่ไปเล่นกับเด็กพวกนั้นตรงนู้นล่ะ?" "ไม่ชอบ 'เล่น' ค่ะ" Prune ตอบโดยไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมา เธอยังคงพลิกหน้าหนังสือต่อไป "อ่านอะไรอยู่เหรอ?" Alice ชะโงกหน้าเข้าไปดู แววตาของเธอเปล่งประกายขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด ราวกับค้นพบสมบัติล้ำค่า "หนังสือนำเที่ยวอะไรทำนองนั้นน่ะ แต่เพราะมันเป็นของเถื่อน ก็เลยพิมพ์มาแค่บางย่อหน้า แถมไม่ระบุชื่อผู้เขียนด้วย..." "แล้วเธอคิดว่าเขาเขียนเป็นยังไงบ้างล่ะ?" "ก็งั้น ๆ แหละ รู้สึกว่าคนเขียนน่าจะเป็นพวกยึดตัวเองเป็นศูนย์กลางแบบสุด ๆ แถมถ้อยคำที่ซ่อนอยู่ระหว่างบรรทัดยังแฝงรสนิยมแผลง ๆ เอาไว้ตั้งเยอะ" "โอ๊ะโอ?" นับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา Alice ก็มักจะ "บังเอิญ" ปรากฏตัวอยู่รอบ ๆ Prune อยู่บ่อยครั้ง พร้อมกับโยนหัวข้อสนทนาสารพัดสารพันเพื่อเปิดประเด็น "โต้วาที" เช่น "ถ้าเราเติมน้ำตาลลงไปใน Hydro Slime เราจะได้เครื่องดื่มรสหวานรึเปล่า?" หรือ "การเอาชนะตัวเองได้ สรุปแล้วฉันเป็นฝ่ายชนะหรือเป็นฝ่ายแพ้กันแน่?"... Alice ดูจะเพลิดเพลินกับการยั่วยุแบบไร้สาระเหล่านี้มาก ในขณะที่ Prune กลับทำท่าราวกับกำลังรับมือกับศัตรูตัวฉกาจในทุก ๆ ครั้ง เธอพยายามใช้ห่วงโซ่ตรรกะที่รัดกุมมาหักล้าง "ญัตติจอมปลอม" เหล่านี้ ท่าทีที่จริงจังจนเกินเหตุนั้นเผยให้เห็นความน่ารักแบบเด๋อด๋า ส่วน Alice ก็นั่งเท้าคาง ยิ้มกริ่มมองดูเด็กน้อยยกเหตุผลสารพัดมาอ้างอิง ราวกับกำลังรับชมการแสดงที่น่าสนใจ ในขณะเดียวกัน Alice ก็สังเกตเห็นได้อย่างเฉียบแหลมว่า ร่างของเพื่อนในจินตนาการที่อยู่ข้าง ๆ Prune กำลังจางลงเรื่อย ๆ ราวกับหยาดน้ำค้างยามเช้าที่กำลังจะระเหยหายไปเมื่อต้องแสงแดด ในตอนแรก Prune ไม่ได้ใส่ใจกับสถานะ "แม่มด" ของ Alice เลยแม้แต่น้อย เพราะใน Nod-Krai แม้แต่คุณลุงธรรมดา ๆ ที่มายืนต่อแถวรับ "อาหารบวงจันทรา" ด้วยกัน ก็อาจจะอ้างตัวว่าเป็นจอมโจรปริศนาที่วางมือแล้วก็ได้ ดังนั้น การที่มีคุณป้าท่าทางประหลาด สวมหมวกใบใหญ่ฉลุลาย รสนิยมแต่งตัวฉูดฉาด แถมยังพูดจาเหมือนเด็ก โผล่มาบนถนนสักคน ก็ถือว่าสอดคล้องกับความหลากหลายของผู้คนในเมืองนี้อย่างสมบูรณ์แบบ เธอไม่เคยคิดเลยว่า วันหนึ่งผู้ใหญ่ที่ทำตัวเป็นเด็กโข่งคนนี้ จะกลายมาเป็นคู่ปรับฟ้าประทานของเธอ... "การพิสูจน์ความสัมพันธ์ของด้านสามเหลี่ยมด้วยวิธีอื่นนอกเหนือจากคณิตศาสตร์ โจทย์หินขนาดนี้ก็ทำอะไรเธอไม่ได้แล้วงั้นเหรอ? ยอดเยี่ยมไปเลย" "ป้า โจทย์นี้อย่างมากก็เป็นแค่โจทย์พื้นฐานระดับเด็ก 12 ขวบเท่านั้นแหละ" "งั้น ฉันจะตั้งโจทย์ระดับเด็ก 14 ขวบให้ก็แล้วกัน มาแข่งกันเถอะ!" "นี่ป้าเก่งแต่กับคนวัยนี้รึไง? ฉันจะกลับบ้านไปกินข้าวแล้ว Descartes พวกเราไปกันเถอะ" น่าเสียดายที่ในเวลานี้ Descartes อยู่ในสภาพที่แทบจะโปร่งใส เลือนรางจนใกล้จะหายไปเต็มที "หึหึ" จู่ ๆ Alice ก็ปั้นหน้าเป็นตัวร้ายที่ดูเล่นใหญ่เกินเบอร์ "ความจริงแล้วฉันคือแม่มดผู้ยิ่งใหญ่แสนชั่วร้ายต่างหาก! และตอนนี้... ฉันจะจับตัวเพื่อนที่สำคัญที่สุดของเธอไป!" "วะ...ว่าไงนะ?" "ก็ 'มัน' ยังไงล่ะ..." Alice ดีดนิ้วเสียงดังเป๊าะ แล้วร่างของ Descartes ก็สลายหายวับไปจากสายตาของ Prune โดยสมบูรณ์ สมองน้อย ๆ อันชาญฉลาดของ Prune ถึงกับหยุดประมวลผลไปชั่วขณะ ซึ่งเป็นเรื่องที่หาได้ยาก "เป็นบ้ารึไง!" เธอกำชายเสื้อของ Alice เอาไว้แน่น "ทำอะไรกับ Descartes น่ะ! คืนเขามาเดี๋ยวนี้นะ!" "ไม่ทันแล้วจ้า~ ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป เธอได้กลายเป็น 'นักล่าแม่มด' ที่ได้รับการแต่งตั้งจากแม่มดผู้ยิ่งใหญ่โดยตรงแล้ว! ถ้าอยากช่วยเพื่อนในจินตนาการของเธอกลับคืนไปละก็ ต้องเอาชนะฉันให้ได้ซะก่อน!" "แม่มดกับยายแก่ใจร้ายมันต่างกันโดยสิ้นเชิงเลยนะรู้ไว้ซะด้วย! สิ่งที่ทำมันเป็นพฤติกรรมของพวกยายแก่ใจร้ายชัด ๆ! รีบเอา Descartes คืนมาให้ฉันเดี๋ยวนี้นะ!" "อ่าฮะ ฉันแค่ล้อเธอเล่นน่ะ" Alice หัวเราะร่วนอย่างชอบใจยิ่งกว่าเดิม "ถ้าอยากช่วยเพื่อนในจินตนาการกลับไปละก็ ต้องเอาชนะแม่มดบนโลกนี้ให้หมดทุกคนเลยต่างหากล่ะ! ใช่แล้ว พวกนั้นเองก็ต้องโดนอัดด้วยเหมือนกัน" "มุ่งหน้าไปที่ Mondstadt สิ ไปตามหา Klee เด็กน้อยที่น่ารักที่สุดในโลกคนนั้นอาจจะมีเบาะแสให้เธอก็ได้นะ" พอพูดจบ Alice ก็อันตรธานหายไปในกลุ่มควันระเบิด "Alice!!! ยัยวายร้ายหน้าไม่อาย!" และแล้ว การเดินทางปราบปรามอันแสนยาวนานของ Prune ก็ได้เปิดฉากขึ้นอย่างเป็นทางการ ท่ามกลางเสียงแผดร้องด้วยความโมโหจนหัวฟัดหัวเหวี่ยง * ปลดล็อกเมื่อความประทับใจถึง Lv. 5 |
| เรื่องราวของตัวละคร 5 | ทันทีที่มาถึง Mondstadt Prune ก็เริ่มปฏิบัติการล่าแม่มดของเธอในทันที เธอไล่แปะประกาศที่มีเนื้อหาดุดันเดือดพล่าน จากนั้นพยายามเข้าไปเผชิญหน้ากลางถนนกับโหรแห่งดวงดาวนามว่า Mona ที่ต้องสงสัยว่าเป็น "แม่มด B" และลงพื้นที่สืบสวนเครือข่ายคนรู้จักของแม่มด... แต่เมื่อปฏิบัติการต่าง ๆ ล้มเหลวไม่เป็นท่าครั้งแล้วครั้งเล่า เธอจึงต้องเริ่มหันมาพิจารณาวิธีการที่รุนแรงกว่าเดิม ความคิดบ้าระห่ำแล่นเข้ามาในหัว... ลักพาตัว Klee เพื่อบีบให้ Alice ยอมปรากฏตัวออกมา แผนการนั้นเรียบง่ายมาก: หลอกล่อเป้าหมายไปยังที่ลับตาคน ทำการทรมานเค้นความลับอย่างโหดเหี้ยม เพื่อดึงข่าวกรองสำคัญของแม่มดออกมา Prune ถึงขั้นวาดแผนผังเส้นทางปฏิบัติการเตรียมไว้ในสมุดบันทึกแล้วด้วยซ้ำ แต่แน่นอนล่ะ ในฐานะนักล่าแม่มดที่ยังมีเส้นแบ่งทางศีลธรรม เธอจึงปัดตกแผนการนี้ไปอย่างรวดเร็ว ไม่ใช่เพราะข้างหลัง Klee มี Albedo และกองอัศวินแห่ง Favonius คอยหนุนหลังอยู่หรอกนะ (ถึงแม้นั่นจะเป็นอุปสรรคชิ้นโตที่สุดในทางปฏิบัติก็เถอะ) แต่เป็นเพราะในการยื้อยุดระหว่างเหตุผลกับอารมณ์ชั่ววูบ ท้ายที่สุดแล้วศีลธรรมก็เอาชนะความเคียดแค้นไปได้ "'นักล่ามังกรสุดท้ายก็กลายเป็นมังกรร้ายซะเอง' งั้นเหรอ... น้ำเน่าชะมัด! รังแกเด็กมันจะไปได้เรื่องอะไร ฉันไม่ยอมทำเรื่องหน้าไม่อายแบบนั้นหรอกนะ" เธอกากบาทตัวโต ๆ ทับแผนผังเส้นทางปฏิบัติการนั้น จากนั้นพลิกไปหน้าถัดไป เขียนคำว่า "แผน B" แล้วก็เริ่มเหม่อมองหน้ากระดาษที่ว่างเปล่า ในช่วงหลายวันที่ Prune กำลังวางแผนกลยุทธ์ขั้นต่อไป Klee ก็มักจะผลักประตูเข้ามาพร้อมกับขนมและของเล่นนับครั้งไม่ถ้วน "พี่ Prune วันนี้แดดออกด้วยล่ะ เราไปจับ Crystalfly กันเถอะ!" "พี่ Prune วันนี้ฝนตกด้วยแหละ เราไปหาพี่เจ้าหนู Durin แล้วไปกระโดดย่ำแอ่งน้ำด้วยกันเถอะ!" "พี่ Prune..." ไป ๆ มา ๆ Prune ก็พบว่าตัวเองกลายเป็นเพื่อนเล่นของ Klee ไปโดยไม่รู้ตัว เธอ "ถูกบังคับ" ให้วาดรูปขยุกขยิกบนกำแพงเป็นเพื่อน Klee นั่งฟัง Klee แนะนำชื่อและนิสัยของ Dodoco แต่ละตัวด้วยท่าทีที่จริงจังสุด ๆ หรือแม้กระทั่งถูกลากไปกลิ้งเล่นบนเนินหญ้าที่ Windrise... "...ฉันกำลังแทรกซึม เพื่อสืบข่าวกรองอยู่ต่างหาก" Prune คอยบอกตัวเองแบบนี้อยู่ทุกครั้งไป และแล้ว หลังจากผ่าน "การแทรกซึมเพื่อสืบข่าวกรอง" มานับครั้งไม่ถ้วน ในที่สุด Prune ก็คิดค้นกลยุทธ์ที่นำมาใช้ได้จริงขึ้นมาได้สำเร็จ... นั่นคือการพรางตัวสืบข่าวกรอง ในรูปแบบของการเล่นเกม และเปลี่ยน "การสอบสวน" ให้กลายเป็น "การสวบ" แทน กติกาแสนจะเรียบง่าย Prune จะเป็นคนตั้งคำถาม ทุกครั้งที่ Klee ตอบคำถามหนึ่งข้อก็จะได้ขนมอบร้อน ๆ หนึ่งชิ้นเป็นรางวัล คำถามจะเริ่มจากเรื่องง่าย ๆ แล้วค่อย ๆ ลึกลงไปทีละระดับ เพื่อตะล่อมเข้าสู่ข่าวกรองสำคัญในตอนที่เป้าหมายไม่ทันได้ระวังตัว "Klee ช่วงนี้แม่ได้เขียนจดหมายมาหาบ้างมั้ย?" "มีนะ มะม๊าเขียนจดหมายมาหาหนูบ่อยมาก ถ้าไม่ได้เขียนจดหมาย เราก็จะคุยกันผ่านยอดนักสื่อสาร Dodoco พี่ Prune หนูขอคุกกี้รสช็อกโกแลต" "แล้ว Klee พอจะรู้เรื่องคดี... เอ๊ย... สิ่งที่แม่ทำบ้างรึเปล่า?" "ดีกรีเหรอ? ไม่ได้น้า มะม๊าบอกว่าเครื่องดื่มของผู้ใหญ่ เด็ก ๆ ห้ามดื่มเด็ดขาด พี่ Prune ก็ห้ามดื่มเหมือนกันนะ เรามาดื่มนมกันเถอะ!" "แล้วแม่เธอมีฐานที่มั่นบ้างมั้ย? เอ่อ หมายถึง ฐานทัพลับน่ะ?" "ฐานทัพลับ! Klee รู้ค่ะ" "ที่ไหนเหรอ?!" "...ในใจไง! เพราะมะม๊าบอกว่า ฐานทัพลับที่ปลอดภัยที่สุดของทุกคน ก็คือในหัวใจของตัวเอง!" ตลอดช่วงบ่ายของ "การสวบ" สิ่งที่ Prune ได้กลับมาคือ "แผนผังข่าวกรอง" ที่วาดโดยฝีมือ Klee จำนวน 7 แผ่น: 5 แผ่นในนั้นเป็นหัวข้อ "วิธีใช้ Jumpy Dumpty" ส่วนอีก 1 แผ่นเป็นแผนผังครอบครัว Dodoco และแผ่นสุดท้ายคือภาพที่ Klee ยืนกรานจะวาดให้ได้ นั่นคือ "พี่ Prune กับ Klee ไประเบิดปลาด้วยกัน" นอกจากนี้ Prune ยังได้เรียนรู้เรื่องระยะปลอดภัยในการจุดชนวน Jumpy Dumpty มาโดยไม่ตั้งใจ และในตอนนี้นี่เอง ที่เธอได้ยืนยันข้อเท็จจริงอย่างหนึ่งว่า ความเข้าใจคำว่า "ปลอดภัย" ของ Klee นั้นคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริงไปไกลโข พอตกเย็น Albedo ก็มารับ Klee กลับ พร้อมกับถามเธออย่างอ่อนโยนว่าวันนี้เล่นสนุกมั้ย Klee ตบพุงกลม ๆ ของตัวเองเบา ๆ แล้วส่งยิ้มหวาน: "คุกกี้ที่พี่ Prune ทำอร่อยมากเลย! วันนี้ Klee ไม่ต้องกินมื้อเย็นแล้ว!" ในขณะเดียวกันนั้น อีกด้านหนึ่ง Prune ก็กำลังจัดระเบียบ "รายงานผลการปฏิบัติการสวบรอบแรก" ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด "ข่าวกรองที่เป็นประโยชน์: ไม่มี เสบียงที่ใช้ไป: แป้ง 1 ถุง, นม 5 ขวด, ช็อกโกแลตและน้ำตาลจำนวนมาก หมายเหตุ: ต้องสงสัยว่าเป้าหมายมีพรสวรรค์ในการต่อต้านการสอบสวนโดยกำเนิด ขณะนี้ยังไม่มีวิธีรับมือ" เธอชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเขียนตัวหนังสือเล็ก ๆ เพิ่มเติมลงไปที่บรรทัดล่างสุด: "...รูป 'ระเบิดปลาด้วยกัน' ใบนั้นจริง ๆ ก็พอใช้ได้อยู่ เก็บเข้าแฟ้มเอกสารเรียบร้อย" * ปลดล็อกเมื่อความประทับใจถึง Lv. 6 |
| "กระพรวนล่อแม่มด" และ "ค้อนสัตยาล่าภัย" | หลังจากที่ Descartes ถูก "ลักพาตัว" ไป Prune ก็ตกอยู่ในสภาวะวิตกกังวลอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เธอขังตัวเองไว้ในห้อง ทำตัวราวกับนักรบที่เตรียมตัวออกรบ แล้วเริ่มทบทวนรายละเอียดทุกกระเบียดนิ้วในการปะทะคารมกับ Alice: เมื่อไหร่ก็ตามที่การโต้วาทีดำเนินไปจนถึงจุดที่ Alice เริ่มเถียงไม่ออก ผู้หญิงคนนั้นก็จะยิ้มแป้นแล้วควักเอา "ของสะสมสุดล้ำค่า" ออกมามอบให้ เพื่อเป็นรางวัลที่ Prune เอาชนะแม่มดได้ ในตอนนั้นเธอคิดว่ามันเป็นแค่ลูกไม้หลอกเด็ก เหมือนที่พวกผู้ใหญ่ชอบทำกัน อย่างการใช้ลูกอมมาล่อเพื่อให้เด็กยอมเงียบปากไป แต่ตอนนี้ กลับมีคำถามชวนให้สะกิดใจผุดขึ้นมาในหัว: ถ้าแม่มดคนนั้นมีอิทธิฤทธิ์ร้ายกาจขนาดนั้น แล้วไอ้ "ของกระจุกกระจิก" ที่เขาหยิบออกมาส่ง ๆ พวกนี้... มันจะเป็นแค่ของเล่นธรรมดา ๆ จริง ๆ น่ะเหรอ? ดังนั้น เธอจึงนำของรางวัลที่ได้รับมา มากางออกดูทีละชิ้น และเริ่มประเมินขุมกำลังรบอย่างจริงจัง เธอคัดเอา "ตัวกวนใจ" ที่เห็นได้ชัดออกไปก่อน เช่น พวกขนมขบเคี้ยวแพ็กเกจฉูดฉาด สติกเกอร์วิบวับลวดลายเด็กน้อย และตุ๊กตาที่ไม่มีประโยชน์พิเศษใด ๆ ท้ายที่สุด ก็เหลือสิ่งของสองชิ้นที่ดูมีศักยภาพในการใช้งานจริงมากที่สุดเตะตาเธอเข้า ชิ้นแรกคือกระพรวนใบเล็กที่ทำขึ้นอย่างประณีต "ถ้ากระพรวนดังขึ้น ก็มีโอกาสที่จะมีแม่มดปรากฏตัวออกมา" จากคำอธิบายอันคลุมเครือของ Alice ทำให้ Prune สันนิษฐานว่า นี่แหละคือเครื่องดักจับแม่มดของแท้แน่นอน เธอไม่ได้ใส่ใจกับความไม่แน่นอนของคำว่า "โอกาส" เลยสักนิด จึงคาดไม่ถึงเลยว่า แท้จริงแล้วมันเป็นเพียงกระพรวนที่ใช้สั่น เพื่อประกาศถึงการเริ่มงานเลี้ยงน้ำชาในสมัยก่อน ซึ่งแม่มดที่ว่างอยู่ก็จะมาร่วมงานตามแต่อารมณ์ แต่ทว่าตอนนี้ หลังจากที่ Prune ได้ให้คำนิยามมันใหม่ กระพรวนนี้ก็เริ่มมีบทบาทในการผจญภัยของเธอขึ้นมาจริง ๆ แม้ว่าตอนที่สั่นแล้วสิ่งที่ปรากฏตัวออกมาอาจจะไม่ใช่แม่มดเสมอไป แต่มันก็มักจะนำทางเธอไปสู่การผจญภัยอันน่าเหลือเชื่อได้เสมอ ชิ้นที่สองคือค้อนยักษ์ที่ดึงดูดสายตาอย่างรุนแรง ในบรรดาของทั้งหมด มันมีขนาดใหญ่ที่สุดและน้ำหนักมากที่สุด เวลาเหวี่ยงจะเกิดเสียงลมพัดดังสนั่น น่าเกรงขามและดูมีพลังกดดันมหาศาล เธอไม่รู้เลยว่าก่อนหน้านี้ ค้อนอันนี้เคยเป็นของขวัญที่ Alice ตั้งใจจะมอบให้แม่มดอีกคนที่มีชื่อว่า Nicole เพื่อใช้เป็นเครื่องมือแกะสลัก เพียงแต่ Nicole ปฏิเสธความหวังดีอันยิ่งใหญ่เกินเบอร์นี้ไปอย่างละมุนละม่อมด้วยเหตุผลที่ว่า "งานอดิเรกของฉันคือการแกะสลัก ไม่ใช่การรื้อถอนตึก" ดังนั้น ค้อนที่ไม่มีที่ไปอันนี้ จึงกลายเป็นตัวเลือกชั้นยอดในเวลาที่ Alice ต้องการโละของในสต็อกไปโดยปริยาย ของกำนัลจาก "Dodo-King" เหล่านี้ ได้รับการตีความใหม่ผ่านมุมมองตรรกะของ Prune และถูกดัดแปลงให้กลายเป็นอาวุธที่ใช้งานได้จริง พร้อมกับได้รับการตั้งชื่อใหม่อย่างเป็นทางการว่า... "กระพรวนล่อแม่มด" และ "ค้อนสัตยาล่าภัย" * ปลดล็อกเมื่อความประทับใจถึง Lv. 4 |
| วิชั่น | Prune เคยได้ยินมาว่า "เมื่อความปรารถนาแรงกล้าพอ ทวยเทพก็จะปรายตามองมา" ถ้าคำกล่าวนี้ไม่ใช่เรื่องโกหก งั้นขอเพียงมีความยึดมั่นว่า "อยากได้วิชั่นธาตุไฟฟ้าสักชิ้น" มากเพียงพอ ตามทฤษฎีแล้วความปรารถนานั้นก็ย่อมสัมฤทธิ์ผล ส่วนเหตุผลว่าทำไมต้องเป็น "ไฟฟ้า" น่ะเหรอ? เหตุผลที่เธอใช้โน้มน้าวตัวเองนั้นหนักแน่นมาก: ไฟร้อนแรงเกินไป น้ำอ่อนโยนเกินไป หินหนักแน่นเกินไป น้ำแข็งค่อนข้างเย่อหยิ่งสันโดษ ลมก็ดูเอาแน่เอานอนไม่ได้ ส่วนไม้ก็ดูร่าเริงไปนิด มีแค่ไฟฟ้าที่เฉียบขาดและว่องไว ซึ่งเป็นตัวเลือกอันดับหนึ่งในการใช้ลงทัณฑ์ยัยแม่มดเจ้าเล่ห์คนนั้น แต่ในความเป็นจริง จะเห็นได้ไม่ยากเลยว่าเหตุผลทั้งหมดที่กล่าวมานั้น ดูฟังไม่ค่อยขึ้นเท่าไหร่ ปัจจัยชี้ขาดที่แท้จริง อาจเป็นเพียงเพราะวิชั่นสีม่วง ช่างเข้ากันได้ดีกับสไตล์การแต่งตัวแนวสายดาร์กเฮฟวี่เมทัลที่เธอตั้งใจเลือกมาก็เท่านั้นเอง เมื่อเป้าหมายชัดเจนแล้ว นักล่าผู้มักจะก้าวล้ำหน้าในบทเรียนการเติบโตของตัวเองอยู่เสมอคนนี้ จึงได้เลือกใช้วิธีการที่ล้ำหน้าอย่างไม่ผิดคาด นั่นก็คือ... การเตรียมตัวล่วงหน้า เธออ่านทบทวน "คู่มือการใช้พลังธาตุ" ที่ Alice ให้มาซ้ำถึงสามรอบ จนความรู้เกี่ยวกับธาตุไฟฟ้าฝังแน่นขึ้นใจ แถมในหัวยังจำลอง "คอมโบล่าแม่มด" ที่มีธาตุไฟฟ้าเป็นแกนหลักไว้อีกหลายกระบวนท่า ทว่า การฝึกซ้อมรบจริงกลับต้องมาสะดุดลง เพราะ "ค้อนสัตยาล่าภัย" ที่ดัดแปลงขึ้นมานั้นหนักเกินไป ต่อให้ Prune จะใช้หลักคานงัดมาช่วยเพิ่มความยาวของด้ามค้อน และพยายามใช้เทคนิคทุ่นแรงแล้ว แต่มันก็ยังยกขึ้นมาได้อย่างยากลำบากสุด ๆ อยู่ดี ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการเอาไปใช้ต่อสู้จริงเลย "ทำไมพวกตัวละครในนิยายถึงได้ยกอาวุธที่ใหญ่กว่าตัวเองหลายเท่าได้อย่างสบาย ๆ กันนะ?" เธอถอนหายใจ ในหัวพลันนึกถึงบทพูดอัญเชิญพลังในหนังสือนิทานขึ้นมา "ตลกละ ของแบบนั้นมีแต่เด็กเท่านั้นแหละที่จะเชื่อ" เธอเบ้ปากอย่างไม่ยี่หระ "แต่จะว่าไป... มันก็หลักการเดียวกับการขอพรจากเทพเจ้าไม่ใช่เหรอ? ลองดูหน่อยก็ไม่เสียหายนี่" "ตั้งสติหน่อย! นี่ไม่ได้เล่นขายของอยู่นะ!" "แต่ยังไงแถวนี้ก็ไม่มีใครอยู่แล้ว..." หลังจากเสียงในหัวตีกันอย่างดุเดือด Prune ก็หน้าแดงก่ำ กัดฟันแน่น และลองอินไปกับบทดู: "'ค้อนสัตยาล่าภัย' ผู้ซุกซ่อนพลังแห่งความมืดมิดเอ๋ย จงแสดงพลังที่แท้จริงของเจ้าต่อหน้าข้า! ปลดผนึก!" ทันทีที่สิ้นเสียง เธอก็หลับตาปี๋แล้วออกแรงกำด้ามค้อนแน่น สิ่งที่น่าอัศจรรย์ก็คือ ค้อนเหล็กที่เคยหนักอึ้ง ตอนนี้กลับเบาหวิวราวกับกำลังถือปากกาขนนกอยู่ในมือ! สารพัดสัญญาณบ่งชี้แล้วว่า คำอธิษฐานของเธอสัมฤทธิ์ผลแล้ว "งะ...ง่ายขนาดนี้เลยเหรอ?" เธอยื่นมืออีกข้างออกไปอย่างไม่อยากจะเชื่อ และสัมผัสได้ถึงพลังธาตุที่ก่อตัวและควบรวมกันอย่างรวดเร็วกลางฝ่ามือ เมื่อแสงสว่างค่อย ๆ เจิดจ้าขึ้น Prune ที่ทั้งตื่นเต้นและคาดหวังสุดขีดก็เผลอหลับตาปี๋โดยสัญชาตญาณ แม้แต่ลมหายใจก็ยังสะดุดไปชั่วขณะ ไม่นานนัก วิชั่นที่มีน้ำหนักพอสมควรก็ตกลงบนฝ่ามือ เธอค่อย ๆ ลืมตาขึ้นอย่างแผ่วเบาด้วยความปีติยินดีในชัยชนะ และเตรียมพร้อมรับแสงสว่างแห่งอัสนีสีม่วงอันเป็นสัญลักษณ์แห่งความบ้าคลั่งและเย็นชา... ทว่า สิ่งที่นอนนิ่งอยู่บนฝ่ามือ กลับเป็นวิชั่นธาตุลมอันบริสุทธิ์ที่ส่องประกายแสงสีฟ้าสว่างออกมาแทน Prune ยืนช็อกค้างไปร่วมสิบกว่าวินาที "...ห๊ะ?!" ภาพสมุดโน้ตเกี่ยวกับธาตุไฟฟ้าที่ Prune ท่องจำมาจนขึ้นใจแล่นผ่านเข้ามาในหัวอย่างรวดเร็ว เธอรู้สึกหงุดหงิดอย่างรุนแรงกับสิ่งที่ผิดแผนไปจากเดิม เธออดไม่ได้ที่จะตะโกนโวยวายถามไถ่เอากับท้องฟ้า: "ไม่มีใครมาดูแลเรื่องนี้หน่อยเหรอ? ส่งมาผิดรึเปล่าเนี่ย! ที่ฉันเตรียมตัวมาน่ะมันธาตุไฟฟ้าต่างหากเล่า!!!" หลังจากตกตะลึงไปชั่วขณะ ความเยือกเย็นในฐานะนักล่าก็กลับมาควบคุมสติไว้ได้อีกครั้ง ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม นี่ก็คือวิชั่นของแท้แน่นอน และเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความแข็งแกร่ง การเรียนรู้ที่จะยอมรับสิ่งที่อยู่นอกเหนือความคาดหมาย ก็ถือเป็นส่วนหนึ่งของการเติบโตเช่นกัน Prune ปรับอารมณ์ของตัวเองอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเช็ดทำความสะอาดวิชั่นชิ้นนั้นอย่างเงียบ ๆ "ช่างเถอะ อย่างมากก็แค่ต้องกลับไปเรียนรู้บทของธาตุลมใหม่อีกรอบก็แค่นั้น" ท้ายที่สุดแล้ว ผู้แข็งแกร่งย่อมไม่ปริปากบ่นกับสถานการณ์ที่เป็นอยู่ ต่อให้เป็นเพียงสายลมแผ่วเบา เธอก็จะใช้มันพัดเป่ากับดักของแม่มดให้สลายไปให้จงได้ เธอพึมพำเสียงแผ่ว แต่มุมปากกลับยิ้มขึ้นมานิด ๆ โดยที่เจ้าตัวก็ยังไม่ทันได้รู้ตัวด้วยซ้ำ * ปลดล็อกเมื่อความประทับใจถึง Lv. 6 |




















22 responses to “Prune”
She’s the daughter of Varka&Flins.
LOL Shitcole who?